ข้ามไปดูเนื้อหา

เบื้องหลังผลงานที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก: เส้นทางสู่การสร้าง "สควิดเกม เล่นลุ้นตาย (SQUID GAME)"

6. SquidGame Unit 101 002 (1)

เจาะลึกเบื้องหลังการสร้างซีรีส์ฮิตติดกระแส

Squid Game โด่งดังไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วด้วยเรื่องราวที่ชวนติดตามเกี่ยวกับกลุ่มคนที่อับจนหนทางและสมัครเข้าเล่นเกมเด็กเล่นปริศนาเพื่อหวังจะคว้าเงินรางวัลก้อนโต แม้ว่าซีรีส์เรื่องนี้ดูจะประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น แต่การสร้างซีรีส์กลับเป็นเส้นทางที่ยาวนานและยากลำบากสำหรับผู้สร้างและผู้กำกับฮวังดงฮยอก นี่คือเบื้องหลังกว่าจะมาเป็น Squid Game ให้ได้รับชมกันทางหน้าจอ

จุดเริ่มต้น

ผู้กำกับฮวังดงฮยอกผุดไอเดียนี้ขึ้นมาและเริ่มเขียนบทในปี 2008 เขากล่าวว่า "ปี 2008 เป็นปีหลังจากที่ผมได้กำกับผลงานเรื่องแรก ช่วงนั้นผมเข้าร้านหนังสือการ์ตูนบ่อยมาก พออ่านหนังสือการ์ตูนหลายเล่มเข้า ผมก็เกิดความคิดที่จะสร้างเรื่องราวแบบหนังสือการ์ตูนในเกาหลีบ้าง แล้วผมก็เขียนบทเสร็จในปี 2009" ในฐานะที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ฮวังดงฮยอกจึงตั้งใจที่จะสร้าง Squid Game ออกมาเป็นผลงานภาพยนตร์ในตอนแรก

การเดินทางที่ท้าทาย

ถึงแม้ว่าร่างบทภาพยนตร์แรกของเรื่อง Squid Game จะเสร็จในปี 2009 ฮวังดงฮยอกกลับต้องเก็บไอเดียนี้ขึ้นหิ้ง แล้วหันมาทำผลงานภาพยนตร์ที่เป็นที่นิยมอย่าง Silenced (2011) Miss Granny (2014) และ The Fortress (2017) ก่อนที่จะมีโอกาสได้สร้างซีรีส์เรื่องนี้ เขาเผยว่า "ตอนนั้นเรื่องราวนี้ดูแหวกแนวและรุนแรงมาก บางคนคิดว่าเนื้อหามีความซับซ้อนเกินไปหน่อยและไม่ใช่หนังทำเงิน ผมไม่สามารถหาเงินลงทุนได้เพียงพอ และการคัดตัวนักแสดงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ผมลองเขียนเรื่องนี้โดยใช้เวลาประมาณ 1 ปี แต่ผมก็ต้องพับโครงการนั้นไปก่อนในตอนนั้น"

ประมาณ 10 ปีต่อมา

หลังจากผุดไอเดียเรื่อง Squid Game ได้ราวๆ 10 ปี ในที่สุดฮวังดงฮยอกก็ได้ทำตามฝันเสียทีและเริ่มลงมือสร้างผลงานเรื่องนี้ เขากล่าวว่า "Netflix ช่วยทลายขีดจำกัด และให้อิสระกับผมในการสร้างสรรค์ผลงานตามที่ผมต้องการ" เขาใช้โอกาสนี้ในการขยายเรื่องราวออกมาเป็นซีรีส์ซึ่งสะกดความสนใจของผู้ชมทั่วโลกอยู่ในขณะนี้

เจตนารมณ์เบื้องหลังงานศิลป์ในเรื่อง

องค์ประกอบที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งในซีรีส์เรื่องนี้ก็คือความงดงามที่เต็มไปด้วยสีสันอันโดดเด่น ซึ่งแตกต่างจากเรื่องราวแนวเอาชีวิตรอดเรื่องอื่นๆ ผู้กำกับศิลป์ แชคยองซอนกล่าวว่า "เราสร้างสถานที่และฉากต่างๆ โดยพยายามทำให้ผู้ชมคิดถึงเจตนาแฝงในเรื่อง Squid Game ไปพร้อมกับเรา" ฉากขนาดใหญ่และสีสันที่สดใสจะพาผู้ชมหลุดเข้าไปอยู่ในโลกที่สมจริงแต่มีกลิ่นอายแบบแฟนตาซี 

เกมเด็กเล่นพื้นๆ

ผู้กำกับฮวังดงฮยอกจงใจเลือกเกมเด็กเล่นที่ทุกคนคุ้นเคยและเข้าใจง่าย แต่ว่ารายละเอียดเบื้องหลังเกมต่างๆ ก็สะท้อนให้เห็นการวางแผนอย่างพิถีพิถันสำหรับการแข่งขันในแต่ละรอบ เช่น เกมแรกคือ เออีไอโอยู หยุด ซึ่งเป็นเกมที่คนส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกันมากที่สุด หุ่นที่อยู่ในเกมนี้ออกแบบมาจากภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในหนังสือเรียนของเด็ก ซึ่งทำให้ฉากนี้น่าตกตะลึงขึ้นไปอีกเมื่อความสนุกในวัยเด็กพลิกผันกลายเป็นการต่อสู้สุดระทึกขวัญเพื่อเอาชีวิตรอด

การถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่สมจริง

ฉากขนาดใหญ่ช่วยเสริมอารมณ์ความรู้สึกที่สมจริงของนักแสดง ผู้กำกับฮวังดงฮยอกกล่าวว่า "ผมพยายามสร้างบรรยากาศให้เหมือนสนามเด็กเล่นจริงๆ เพื่อให้นักแสดงรู้สึกว่าจะต้องได้เล่นอะไรสักอย่างที่นั่นจริงๆ ผมคิดว่าฉากเหล่านี้จะช่วยให้นักแสดงเกิดความรู้สึกที่สมจริงมากขึ้น" ภาพการกระเสือกกระสนดิ้นรนเอาชีวิตรอดในสนามเด็กเล่นที่ดูไม่มีพิษมีภัยช่างดูขัดแย้งและสะเทือนอารมณ์มาก

การชวนให้รำลึกถึงวันวาน

ฉากหนึ่งที่ใช้เวลาสร้างนานที่สุดก็คือฉากที่จำลองตรอกซอกซอยในละแวกบ้านที่เห็นได้ทั่วไปในเกาหลียุค 70 และ 80 นักแสดงหนุ่ม พัคแฮซูกล่าวว่า "ฉากนี้ดูสมจริงมาก เหมือนตรอกแถวบ้านในสมัยก่อนจริงๆ ผมรู้สึกเหมือนได้ยืนอยู่หน้าบ้านเรือนในอดีตจริงๆ ซึ่งทำให้นึกถึงวันเวลาเก่าๆ และสร้างความตึงเครียดขึ้นมาได้อย่างประหลาด" ฮอซองแท นักแสดงอีกคนก็ชื่นชมทีมงานฝ่ายศิลป์ที่ใส่ใจรายละเอียดด้วยการโปรยดินไว้ในจุดต่างๆ ตามตรอกซอกซอยเหล่านั้น 

การสร้างผลงานที่มีความเป็นเกาหลีและสากล

องค์ประกอบทั้งหมดนี้ช่วยสร้างเรื่องราวที่สะท้อนทั้งความเป็นเกาหลีและสากล เกมเด็กเล่นส่วนใหญ่มักเล่นกันอย่างแพร่หลาย ขณะที่บางเกมก็เล่นเฉพาะในเกาหลี อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์และการดิ้นรนที่ตัวละครต้องเผชิญนั้นโดนใจใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ผู้กำกับฮวังดงฮยอกกล่าวว่า "เกมแนวเอาตัวรอดนี้ให้ทั้งความบันเทิงและสะท้อนเรื่องดราม่าของมนุษย์"

การสื่อประเด็นชวนขมขื่นใจ

ซีรีส์เรื่องนี้จะสำรวจธรรมชาติของมนุษย์ และการเปลี่ยนจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ใหญ่ที่ได้กลับไปเล่นเกมในสมัยเด็ก ผู้กำกับฮวังดงฮยอกเล่าว่า "ผมอยากจะเขียนเรื่องราวเชิงสัญลักษณ์หรือสอนใจเกี่ยวกับสังคมทุนนิยมสมัยใหม่ ซึ่งสะท้อนภาพการแก่งแย่งกันแบบสุดขั้ว เหมือนกับการแข่งขันที่แสนโหดร้ายในชีวิตจริง" แต่เนื้อหาก็ไม่ได้ชวนหดหู่ไปเสียทั้งหมด เพราะเราจะได้เห็นตัวละครที่ยังยึดมั่นในมนุษยธรรมและไม่ยอมหมดหวัง ประเด็นด้านสังคมและธรรมชาติของมนุษย์นี้จะกระตุ้นให้เราต้องคิดตามอย่างแน่นอน 

ดูรายละเอียดงานเบื้องหลังได้เพิ่มเติมจากบทสัมภาษณ์พิเศษที่นี่ และติดตามชม Squid Game ได้ทาง Netflix เท่านั้น

ข้อมูล Netflix

Netflix คือผู้นำบริการความบันเทิงทางอินเทอร์เน็ตระดับโลกที่มีสมาชิกที่จ่ายเงินรับชมกว่า 209 ล้านคนในจำนวนกว่า 190 ประเทศ มีผู้ชมซีรีส์ สารคดี และภาพยนตร์หลากหลายแนวและในหลายภาษา สมาชิกสามารถรับชมได้จุใจทุกที่ทุกเวลาผ่านหน้าจออุปกรณ์ใดก็ได้ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งเล่น หยุดรับชมชั่วคราว และกลับมารับชมต่อได้โดยไม่มีโฆษณาคั่นหรือข้อผูกมัดใดๆ