ความบันเทิง
6 กรกฎาคม 2022ฮิลารี เลวิตต์จะมาร่วมงานกับ Upside Down Pictures
พี่น้องดัฟเฟอร์และ Netflix ประกาศผลงานเพิ่มเติมอีกมากมาย รวมถึงโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ของ "สเตรนเจอร์ ธิงส์ (Stranger Things)"
วันนี้พี่น้องดัฟเฟอร์ประกาศเปิดตัวบริษัทผลิตผลงานใหม่ของตัวเองที่มีชื่อว่า Upside Down Pictures เพื่อผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ภายใต้สัญญาความร่วมมือโดยรวมกับ Netflix
ฮิลารี เลวิตต์ (จาก สวมรอยเงามรณะ (Orphan Black) และ โอซาร์ก (Ozark)) จะเข้ามาบริหารงานของบริษัท
พี่น้องดัฟเฟอร์กล่าวว่า Upside Down Pictures "มุ่งสร้างสรรค์เรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจในสมัยที่พวกเราเติบโตมา เรื่องราวที่เกิดขึ้น ณ จุดร่วมอันงดงามที่สิ่งธรรมดากับสิ่งอัศจรรย์มาบรรจบกัน จุดที่ภาพยิ่งใหญ่ตระการตามาคู่กับตัวละครที่ผู้ชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และจุดที่หัวใจจะเอาชนะทัศนคติเชิงลบได้"
นอกจากนั้นพี่น้องดัฟเฟอร์และ Netflix ยังประกาศผลงานเพิ่มเติมที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ดังนี้
ผลงานซีรีส์ฉบับคนแสดงจริงเรื่องใหม่ซึ่งดัดแปลงจากมังงะและซีรีส์แอนิเมชันญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Death Note
ผลงานซีรีส์เรื่องใหม่จากผู้สร้าง เจฟฟรีย์ แอดดิสส์ และวิลล์ แมทธิวส์ (จาก เดอะ ดาร์ก คริสตัล: กำเนิดกบฏกล้า (Dark Crystal: Age of Resistance))
ผลงานซีรีส์ที่ดัดแปลงจากนิยายเรื่อง The Talisman ของสตีเฟน คิง และปีเตอร์ สตร็อบ ภายใต้ฝีมือการสร้างสรรค์ของเคอร์ทิส กวินน์ ร่วมกับ Amblin Entertainment ของสตีเวน สปีลเบิร์ก และ Paramount Television
ละครเวทีเรื่องใหม่ที่นำเสนอเรื่องราวในโลกและตำนานของ Stranger Things ซึ่งสร้างโดยผู้สร้างมากความสามารถที่มีหลายรางวัลการันตีอย่างซอนย่า ฟรีดแมน, สตีเฟน ดัลดรี (จาก เดอะ คราวน์ (The Crown), Billy Elliot และ The Reader) และ Netflix โดยสตีเฟนจะรับหน้าที่กำกับ ส่วน 21 Laps จะเป็นผู้ดูแลงานสร้าง
ผลงานซีรีส์ภาคแยกฉบับคนแสดงจริงของ Stranger Things ซึ่งสร้างโดย Upside Down และ 21 Laps จากไอเดียริเริ่มของพี่น้องดัฟเฟอร์
ล่าสุดพี่น้องดัฟเฟอร์เพิ่งเปิดตัวซีซั่น 4 ของซีรีส์ยอดฮิตทาง Netflix เรื่อง Stranger Things ที่ตัวเองเป็นผู้เขียนบท กำกับและผู้อำนวยการสร้าง ตอนนี้ Stranger Things ซีซั่น 4 ขึ้นแท่นซีรีส์ภาษาอังกฤษยอดนิยมของ Netflix (ตลอดกาล) โดยมียอดการรับชมสูงถึง 1.15 พันล้านชั่วโมงในช่วงที่เปิดฉาย 28 วันแรก จนกลายเป็นซีรีส์เรื่องที่ 2 ที่มียอดรับชมเกินพันล้านชั่วโมง และคาดว่ายอดสรุปสุดท้ายจะสูงกว่านี้หลังจากชุดที่ 2 ออกฉายครบ 28 วัน ขณะที่ซีซั่น 3 ซึ่งออกฉายในปี 2019 ยังรั้งอันดับ 3 Stranger Things ซีซั่น 4 ทำผลงานทุบสถิติสำคัญๆ ดังนี้
นี่คือซีซั่นของซีรีส์ภาษาอังกฤษที่เปิดตัวยิ่งใหญ่ที่สุดในสัปดาห์แรกที่ออกฉายทาง Netflix โดยมียอดการรับชม 286.79 ล้านชั่วโมง
ซีซั่นนี้ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในรายชื่อผลงาน 10 อันดับสูงสุดใน 91 ประเทศ และนับเป็นซีรีส์ภาษาอังกฤษเรื่องแรกที่สามารถสร้างสถิตินี้ได้
นี่เป็นซีซั่นของซีรีส์ภาษาอังกฤษทาง Netflix ที่มีผู้ชมมากที่สุดในสัปดาห์เดียว โดยมียอดการรับชมสูงถึง 335.01 ล้านชั่วโมง
ซีซั่นนี้ทะยานขึ้นสู่อันดับ 3 ในหมวดผลงานยอดนิยมด้วยยอดการรับชม 621.80 ล้านชั่วโมงหลังออกฉายได้เพียง 10 วัน ซึ่งสร้างสถิติใหม่ด้วยการเป็นซีรีส์ภาษาอังกฤษที่ติดโผรายชื่อผลงานยอดนิยมได้เร็วที่สุด
บทสัมภาษณ์
แมตต์กับรอส ดัฟเฟอร์กล่าวว่า "หลังจากที่เราได้พบกับฮิลารีเป็นครั้งแรก และได้พูดคุยกันเรื่องภาพยนตร์ อาทิ Jaws, Home Alone และ Speed เราก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเราได้พบคนคอเดียวกันแล้ว ฮิลารีมีใจรักในการบอกเล่าเรื่องราวมากพอๆ กับความชื่นชอบที่เธอมีต่อผู้บอกเล่าเรื่องราวจนเธอพร้อมจะปกป้องเขาอย่างถึงที่สุด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้เขียนบทและผู้กำกับหลายคนถึงสนใจอยากจะร่วมงานกับเธอ เธอเป็นศิลปินที่หาตัวจับยากจริงๆ แล้วเราก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เธอมาร่วมงานและพัฒนาบริษัท Upside Down Pictures ไปพร้อมกับเรา"
เท็ด ซารันดอสกล่าวว่า "แมตต์กับรอสเป็นศิลปินที่มีเอกลักษณ์น่าทึ่งเฉพาะตัว มีวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม และใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ Stranger Things เป็นเนื้อหาแหวกยุคสมัยที่โดนใจจนสร้างปรากฏการณ์วัฒนธรรมกระแสนิยมสุดยิ่งใหญ่ในยุคนี้ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้บอกเล่าเรื่องราวใหม่ๆ ร่วมกันต่อไป ขณะที่แมตต์กับรอสดูแลบริษัท Upside Down Pictures ให้เติบโต แล้วเราก็ยินดีต้อนรับฮิลารีมาเป็นพาร์ทเนอร์ฝ่ายสร้างสรรค์ของเราด้วย"
ฮิลารี เลวิตต์กล่าวว่า "ดิฉันจำได้ดีถึงภาพยนตร์เรื่องแรกที่ดูในโรงภาพยนตร์ วิดีโอเทปม้วนแรกที่ได้เป็นของขวัญวันคริสต์มาส โปสเตอร์หนังจากต่างประเทศแผ่นแรกที่ดิฉันประมูลทาง ebay เพราะว่ามันดูเจ๋งกว่าของในประเทศ และครั้งแรกที่ดิฉันได้เจอแมตต์กับรอส ช่วงเวลาสำคัญทั้งหมดนี้นำพาให้ดิฉันได้มีโอกาสอันยอดเยี่ยมในการร่วมสร้างบริษัทนี้ไปพร้อมกับพี่น้องดัฟเฟอร์ เพื่อผลิตผลงานภาพยนตร์และโทรทัศน์ เพราะหนังและซีรีส์คือสิ่งที่เรารัก ความรักในสิ่งนี้คือหัวใจสำคัญของ Upside Down Pictures ซึ่งเป็นที่ที่เราจะได้ร่วมมือกับศิลปินคนอื่นๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานที่ครอบคลุมทุกแนว เราทุกคนรักในสิ่งที่เราทำและตื่นเต้นที่จะได้ทำเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ"
ประวัติพี่น้องดัฟเฟอร์
พี่น้องดัฟเฟอร์แจ้งเกิดในวงการในช่วงปลายปี 2011 หลังจากที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย และมีสตูดิโอผลิตภาพยนตร์หลายแห่งที่ต้องการบทภาพยนตร์สยองขวัญสั่นประสาทเรื่อง "HIDDEN" ที่ทั้งคู่เขียนขึ้นมาเอง ซึ่งสุดท้ายตกไปอยู่ในมือของ Warner Bros. พี่น้องดัฟเฟอร์เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งนำแสดงโดยอเล็กซานเดอร์ สการ์สการ์ด และแอนเดรีย ไรซ์โบโรห์ และออกฉายในปี 2015 นอกจากนั้น พี่น้องดัฟเฟอร์ยังเขียนบทและอำนวยการสร้างซีรีส์โทรทัศน์ยอดนิยมของเอ็ม. ไนท์ ชยามาลานเรื่อง "WAYWARD PINES" ต่อมาพี่น้องดัฟเฟอร์ก็สร้างผลงานที่เป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง "STRANGER THINGS" ให้กับ Netflix ในปี 2016 ซึ่งนำแสดงโดยวิโนนา ไรเดอร์ และเดวิด ฮาร์เบอร์ ซีซั่น 4 ของซีรีส์ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้เขียนบท กำกับ และอำนวยการสร้างนี้เปิดฉายในเดือนมิถุนายน 2022
ประวัติฮิลารี เลวิตต์
ฮิลารีเริ่มต้นทำงานที่ BBC America เธอเป็นคนที่ช่วยพัฒนาและดูแลซีรีส์ที่คว้ารางวัลเอมมี่อย่าง "ORPHAN BLACK" ก่อนจะมาดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายผลงานโทรทัศน์ที่ MRC ซึ่งเธอได้ช่วยนำเรื่อง "OZARK" มาเผยแพร่ทาง Netflix และ "THE GREAT" ทาง Hulu รวมถึงพัฒนาซีรีส์เรื่อง "SHINING GIRLS" ทาง Apple จากนั้นฮิลารีก็เปิดบริษัทผลิตผลงานของเธอที่ชื่อ Blazer โดยเซ็นสัญญาผลิตผลงานให้กับ Hulu เธอเป็นสมาชิกชุมชน LGBTQIA+ ที่ภาคภูมิใจในตัวเอง และเน้นผลิตผลงานที่มีตัวละครหลักเป็นผู้หญิงและชาวเควียร์ จนนำไปสู่ความร่วมมือกับศิลปินและพาร์ทเนอร์ฝ่ายสร้างสรรค์ที่หลากหลาย อาทิ อาวร์ เลดี้เจ, ลิซ ฮันนาห์, John Wells Productions และอีกมากมาย อีกทั้งยังเคยเป็นที่ปรึกษาในผลงานเรื่อง "KILLING EVE" ด้วย
