ความบันเทิง
27 เมษายน 2022คุณจะได้สัมผัสความอลังการของสิ่งมีชีวิตสุดมหัศจรรย์และทัศนียภาพอันน่าทึ่งจากความร่วมมือระหว่าง Netflix และ Studio Colorido จากญี่ปุ่นซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการบอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพยนตร์อนิเมะ
นี่เป็นครั้งแรกที่ Netflix จะลงนามเซ็นสัญญาข้อตกลงกับสตูดิโอภาพยนตร์แอนิเมชันจากญี่ปุ่น หลังประสบความสำเร็จจาก เหมียวน้อยคอยรัก (A Whisker Away) เราก็จะร่วมมือกันสร้างภาพยนตร์อีก 3 เรื่อง โดยประเดิมด้วย บ้านล่องลอย (Drifting Home) ซึ่งมีกำหนดออกฉายวันที่ 16 กันยายนนี้ ส่วนภาพยนตร์จาก Studio Colorido ที่เหลืออีก 2 เรื่อง จะมีเรื่องหนึ่งที่กำกับโดยโทโมทากะ ชิบายามะ และจะเปิดตัวทาง Netflix ในปี 2024
เราได้พูดคุยกับยูจิ ยามาโนะ ผู้อำนวยการฝ่ายเนื้อหาจากญี่ปุ่นของ Netflix และโคจิ ยามาโมโตะ ประธานบริษัทของ Studio Colorido เกี่ยวกับความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ และผลงานแอนิเมชันในความทรงจำครั้งวันวานของพวกเขา
Netflix และ Studio Colorido ได้ร่วมงานกันเป็นครั้งแรกในปี 2020 คุณช่วยเล่าถึงความเป็นมาให้เราฟังหน่อยได้ไหม
โคจิ ยามาโมโตะ: ตอนนั้นเป็นทั้งเรื่องของโอกาสและความบังเอิญครับ A Whisker Away ต้องเลื่อนกำหนดการออกฉายในโรงภาพยนตร์ในปี 2020 ออกไปเรื่อยๆ เนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ประสบการณ์จากเรื่อง Penguin Highway ก็ทำให้เรารู้ว่าคงเป็นไปได้ยากที่ผลงานภาพยนตร์อย่าง A Whisker Away จะติดอันดับบ็อกซ์ออฟฟิศในทันที ดังนั้นเราก็เลยตัดสินใจที่จะหันไปเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ทั่วโลกทาง Netflix แทนครับ
ยูจิ ยามาโนะ: ผู้ชมทั่วโลกต่างชื่นชอบเรื่องราวความรักเปี่ยมเสน่ห์และจินตนาการที่บอกเล่าใน A Whisker Away จนติด 1 ใน 10 อันดับผลงานภาพยนตร์ที่มียอดการรับชมสูงสุดในกว่า 30 ประเทศ เราคิดว่าการที่ Studio Colorido สามารถนำเรื่องราวที่สร้างสรรค์ขึ้นเองมาโลดแล่นสู่หน้าจอในรูปของผลงานแอนิเมชัน 2 มิติคุณภาพสูงได้นั้นเป็นสิ่งที่วิเศษมากครับ
อะไรทำให้คุณตื่นเต้นที่สุดเกี่ยวกับความร่วมมือครั้งใหม่ที่จะร่วมกันสร้างภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ นี้
ยูจิ: Studio Colorido มีนักสร้างสรรค์ผลงานแอนิเมชันยอดฝีมือจากญี่ปุ่นหลายคน ซึ่งได้สร้างผลงานภาพยนตร์อนิเมะที่ยอดเยี่ยมตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมาครับ
เราทุกคนที่ Netflix ให้ความสำคัญกับการนำเสนอเนื้อหาต้นตำรับสำหรับแฟนประจำของเรา รวมถึงดึงดูดผู้ชมหน้าใหม่ด้วย ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการขยายคลังผลงานภาพยนตร์ของเราในประเทศญี่ปุ่นออกไปเรื่อยๆ และเพิ่มคอลเลกชันเนื้อหาที่ "ดูสบาย" และเหมาะสำหรับครอบครัวให้มากขึ้นด้วย เราจะลองนำภาพยนตร์ใหม่ๆ ที่เราร่วมกันสร้างนี้ไปออกฉายในโรงภาพยนตร์ นอกเหนือไปจากการเปิดตัวทาง Netflix ด้วย โดยจะชิมลางด้วยเรื่อง Drifting Home ซึ่งจะเปิดฉายทาง Netflix และในโรงภาพยนตร์ในวันเดียวกัน
โคจิ: A Whisker Away ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นโมเดลธุรกิจที่บริการสตรีมมิงและการออกฉายในโรงภาพยนตร์สามารถทำควบคู่กันไปได้ อีกทั้งการเปิดฉายผลงานทาง Netflix ครั้งแรกของเรายังเปลี่ยนทัศนคติที่เราเคยมองว่าภาพยนตร์ญี่ปุ่นจะได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีในบางประเทศเท่านั้น เรารู้สึกตื่นเต้นมากครับที่ได้ค้นพบผู้ชมกลุ่มใหม่นอกเหนือไปจากแฟนๆ อนิเมะ
สัญญาข้อตกลงนี้มีความสำคัญต่อภาพยนตร์แอนิเมชันทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่นอย่างไร
ยูจิ: เราจะนำเสนอเรื่องราวและศิลปินญี่ปุ่นสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ซึ่งเป็นการสร้างผลงานอนิเมะให้เป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนทั่วโลก เราหวังว่าผู้คนจำนวนมากขึ้นจะตระหนักว่าผลงานแอนิเมชันของประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่ธุรกิจที่จำกัดเฉพาะผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เป็นธุรกิจระดับสากลที่มีแฟนๆ อยู่ทั่วโลกครับ
โคจิ: ผมหวังว่าสัญญาข้อตกลงนี้จะทำให้ผู้บริโภคและอุตสาหกรรมนี้ได้เห็นว่าโรงภาพยนตร์และแพลตฟอร์มสตรีมมิงสามารถเกื้อกูลกันได้ครับ เราหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการมอบทางเลือกให้กับผู้บริโภค
คุณช่วยพูดถึงภาพยนตร์ที่กำลังจะออกฉายให้เราฟังหน่อยได้ไหม
โคจิ: เราทุกคนที่ Studio Colorido จะมีคำพูดอยู่คำหนึ่งว่า "ความสมจริงที่น่าอัศจรรย์" เป้าหมายในการทำภาพยนตร์ทุกเรื่องของเราก็คือการพาผู้ชมไปสัมผัสโลกแฟนตาซีจากสถานที่ที่ใกล้เคียงกับชีวิตประจำวันของพวกเขา ปกติแล้วกลุ่มเป้าหมายของเราจะเป็นผู้ชมวัยรุ่นตอนปลาย และผู้ใหญ่ตอนต้น นั่นจะเป็นธีมหลักของเราในการผลิตผลงานภาพยนตร์ที่กำลังจะออกฉาย รวมถึงภาพยนตร์เรื่องต่อไปที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งกำกับโดยโทโมทากะ ชิบายามะ (จาก A Whisker Away) และมีกำหนดจะเปิดตัวในปี 2024 ครับ
ผลงานแอนิเมชันเรื่องแรกหรือเรื่องโปรดในความทรงจำของคุณคืออะไร
โคจิ: Castle in the Sky และ Mobile Suit Z Gundam ผมใฝ่ฝันที่จะได้ร่วมงานกับ Studio Ghibli มาตั้งแต่หนุ่มแล้ว ตอนที่ผมอายุประมาณ 20 ปี ผมสมัครเพื่อเข้าฝึกอบรมเป็นผู้กำกับภายใต้การดูแลของผู้ร่วมก่อตั้ง Studio Ghibli อย่างอิซาโอะ ทาคาฮาตะ และฮายาโอะ มิยาซากิ ถึงผมจะไม่ได้รับเลือก แต่ Castle in the Sky ก็ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับผลงานจากสตูดิโอของเราอยู่ดีครับ
ยูจิ: ครั้งแรกที่ผมได้ดูเรื่อง Castle in the Sky จาก Studio Ghibli ผมอายุประมาณ 5 ปีได้ ผมวนกลับไปดูซ้ำแล้วซ้ำอีก ตอนนี้ลูกสาววัย 4 ปีของผมก็ชอบผลงานภาพยนตร์ของ Studio Ghibli เหมือนกันครับ ผมคิดว่าเราดูเรื่อง My Neighbor Totoro มากกว่า 50 รอบได้ ผมโชคดีที่ได้ทำงานที่ทำให้ผมมีโอกาสได้เชิดชูศิลปะการสร้างภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง และส่งต่อเรื่องราวมาให้ครอบครัวของผมได้ชมครับ
Drifting Home มีกำหนดเปิดฉายทาง Netflix วันที่ 16 กันยายน ในระหว่างนี้คุณสามารถรับชมเรื่อง A Whisker Away ไปพลางๆ ก่อนได้
