ผลลัพธ์เพื่อสังคม
16 ธันวาคม 2021ที่ใดไม่มีนักเล่าเรื่อง ที่นั่นไม่มีเรื่องราวให้รับชม การลงทุนกับบุคลากรจึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรก นี่คือเหตุผลที่ Netflix สนับสนุนการจัดค่ายภาพยนตร์สั้น สำหรับผู้กำกับและผู้สร้างรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
โครงการที่จัดขึ้นโดยกองทุน Purin Pictures ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้เปรียบเสมือนบันไดแห่งโอกาสที่จะทำให้นักสร้างจากทั่วประเทศไทยเหล่านี้ได้ก้าวไปสู่ความสำเร็จในอาชีพการงานผ่านการให้คำปรึกษาและฝึกสอนงาน
ผู้เข้าร่วมโครงการ 12 ทีม ซึ่งแต่ละทีมประกอบไปด้วยผู้กำกับและผู้สร้างได้รับการคัดเลือกจากผู้สมัครทั้งหมด 136 คน ผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ 60% มาจากภาคกลางและอีก 40% มาจากจังหวัดที่ยังไม่เป็นที่รู้จักนัก เราเสาะหาศิลปินจากทั่วทุกมุมของประเทศมาเข้าร่วมเวิร์กช็อปนี้เพื่อเปิดโอกาสที่เท่าเทียมสำหรับทุกคนทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
"ผมเชื่อมั่นว่าเนื้อหาดีๆ มีอยู่ทุกที่" ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้อำนวยการฝ่ายเนื้อหาของ Netflix ประเทศไทยกล่าวขึ้นในช่วงแนะแนวอาชีพของค่าย "หัวใจสำคัญก็คือการหยิบยื่นโอกาสให้กลุ่มคนที่หลากหลายได้แสดงตัวตนออกมา"
ดาโพ มรดกพนา ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) ที่ใช้ชีวิตในวัยเด็กช่วงหนึ่งในค่ายผู้อพยพตามแนวชายแดนไทย-พม่า เชื่อว่าการบอกเล่าเรื่องราวอีกมากมายเกี่ยวกับคนชายขอบจะช่วยให้คนเมืองเข้าใจปัญหาที่ฝังรากลึกได้มากขึ้น แทนที่จะเหมารวมว่าเขาเป็นตัวสร้างปัญหา
"คนนอกไม่อาจเข้าใจสิ่งที่คนในพื้นที่ต้องประสบพบเจอได้อย่างถ่องแท้ แต่นั่นก็ทำให้เรื่องราวต่างๆ มีความสำคัญเพราะมันช่วยให้เราเข้าถึงและรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้คนที่มีชีวิตแตกต่างจากเราได้" อับดุลฮาดี เฉมเร๊ะ ผู้กำกับมือใหม่จากชุมชนประมงในพัทลุงกล่าว
ฝึกปรือทักษะและสร้างมิตรภาพ
รับรองว่าโครงการที่จัดขึ้นเป็นเวลา 9 วันนี้จะเตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้าร่วมโครงการในทุกๆ ด้านตลอดเส้นทางการสร้างภาพยนตร์ ตั้งแต่การเสนอไอเดียไปจนถึงการคัดตัวนักแสดง ผู้ที่ฝันอยากเป็นผู้กำกับได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับที่ปรึกษาด้านการเขียนบทเพื่อพัฒนาบทภาพยนตร์ขึ้นมา ขณะที่ผู้สนใจอยากเป็นผู้สร้างก็ได้เรียนรู้การจัดสรรงบประมาณและการจัดจำหน่ายภาพยนตร์
"โครงการนี้เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ดิฉันอย่างแท้จริง ทำให้ได้รับการฝึกอบรมที่เจาะลึกถึงกระบวนการสร้างซึ่งไม่ได้เรียนในโรงเรียนภาพยนตร์" รชยา สรณคม ผู้เข้าร่วมโครงการคนหนึ่งกล่าว
โครงการซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 3-12 ธันวาคม 2021 ที่กรุงเทพฯ นี้จบลงด้วยการเสนอไอเดียแบบสดๆ โดยทีมผู้กำกับและผู้สร้าง 3 ทีม ได้แก่ ทินฉาย มนต์กับคริสติน เฟลมมิ่ง, ศุภามาศ บุญนิลกับรัฐธรรมนูญ ศุภภูธร และเหมือนดาว กมลธรรมกับกตพร แซ่เอียบ สามารถคว้าเงินรางวัล 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ และแพคเกจหลังการถ่ายทำที่ White Light Post และ Kantana Sound Studio ไปครอง
ช่วงถามตอบด้านอาชีพกับยงยุทธเป็นการเปิดหูเปิดตาให้หลายต่อหลายคนได้เห็นแง่มุมของธุรกิจการสร้างภาพยนตร์ จิรัชยา ครียา ซึ่งเป็นผู้สร้างคนหนึ่งเล่าให้เราฟังว่า "เราไม่ได้ทำภาพยนตร์เพื่อไล่ตามความฝันเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงการทำเงินด้วย ถ้าเลือกเดินในสายอาชีพนี้ เราก็ต้องหาทางบรรลุเป้าหมายทั้งสองอย่างนี้ให้ได้"
นี่เป็นครั้งแรกที่ Netflix สนับสนุนการจัดเวิร์กช็อปในประเทศไทยผ่านกองทุน Netflix เพื่อโอกาสแห่งการสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มระดับโลกที่ประกาศเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยจะนำเงินทุนจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาใช้ตั้งแต่นี้ไปจนถึงปี 2026 เพื่อส่งเสริมชุมชนที่ยังขาดโอกาสในวงการ
"ผมอยากให้ Netflix ประเทศไทย เป็นพื้นที่ที่สร้างโอกาสให้กับนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ๆ สิ่งสำคัญก็คือการที่เราได้เข้าไปช่วยทำประโยชน์ให้กับวงการนี้ ยกระดับมาตรฐานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีขึ้นเพื่อบรรลุความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์" ยงยุทธกล่าว
